Categories

2024 © SIS-ACADEMY.COM | BY PONGLADA NIYOMPONG

Edit Template

let’s connect

Edit Template

สรุปคอร์สเรียน A Mini Course on Better Reading : เทคนิคสร้างนิสัยรักการอ่าน

มีใครอยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักการอ่านบ้างมั้ยคะ? 🖐🏻 แต่ตอนนี้แค่เห็นหนังสือก็หาวแล้ว ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี มาดูสรุป 5 เทคนิคสร้างนิสัยรักการอ่านจากคอร์สเรียน A Mini Course on Better Reading กันเลย คอร์สนี้สอนโดยคุณแบรนดอน ฮาคิม (Brandon Hakim) ผู้ก่อตั้งเว็บเรียนรู้ออนไลน์ Insider School ประกอบด้วย 8 บทเรียน ยาวเพียง 30 นาที และเรียนฟรี!

นำสิ่งที่อ่านมาใช้ประโยชน์จริง

บางคนอาจฝังใจว่าหนังสือเป็นสิ่งน่าเบื่อจากสมัยเรียน เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ในตำราเรียน นอกจากใช้สอบแล้ว ก็แทบไม่ได้นำมาใช้งานจริงเลย แต่ยังมีหนังสืออีกมากมายที่เราสามารถนำสิ่งที่อ่านมาใช้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวันได้ เช่น หากคุณเป็นคนชอบทำอาหาร เริ่มสร้างนิสัยอ่านจากการอ่านตำราอาหาร, หากคุณเป็นกราฟฟิคดีไซน์ ลองเริ่มอ่านหนังสือเทคนิค Photoshop แล้วลงมือทำตาม เป็นต้น แล้วคุณจะพบว่าการค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหนังสือและนำมาใช้งานได้จริง มันสนุกกว่าที่คิด

สร้างนิสัยรักการอ่าน

เริ่มจากตั้งเป้าหมายการอ่านง่ายๆ เช่น ฉันจะอ่านหนังสือ 1 เล่มให้จบใน 1 เดือน โดยคุณฮาคิมแนะนำว่า หากเราเป็นนักอ่านมือใหม่ ให้เริ่มจากเลือกหนังสือที่อยากอ่านมา 5 เล่มและอ่านให้ครบใน 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องเป็นตำราเรียนหรือนิยายเล่มหนา เลือกเป็นนิทานเด็กเล่มบางหรือหนังสือบทกวีที่มีตัวอักษรไม่เยอะก็ได้ แค่เราเริ่มอ่านจากสิ่งที่ชอบ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

รีวิวหรือสรุปหนังสือหลังจากอ่านจบแล้ว

การรีวิวหรือสรุปหนังสือหลังจากอ่านจบเป็นการทบทวนความเข้าใจ จำข้อมูลได้มากขึ้นและทำให้เราผูกพันกับหนังสือ อีกทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับหนังสือเล่มนั้น เหมือนกับพื้นที่ของบล็อก sis-academy.com แห่งนี้เช่นกันที่ซิสสร้างขึ้นมาเพื่อทบทวนเนื้อหาหนังสือที่อ่านจบแล้ว ได้แบ่งปันให้คนที่ชอบหนังสือเหมือนกันอ่านและมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มันทำให้เรารู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือมากขึ้น

รูปแบบของการรีวิวหนังสือมีหลายแบบ เช่น เขียนสรุปสั้นๆ ลงโซเชียลมีเดีย, เขียนสรุปฉบับเต็มลงบล็อก, พูดเล่าเรื่องลงพอดแคสต์หรือ YouTube หรือเล่าให้คนรอบข้างฟังก็ได้

อ่านน้ำอย่างรวดเร็ว ใช้เวลากับเนื้อหาสำคัญ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเบื่อการอ่านคือ เจอหนังสือที่มีแต่น้ำมีเนื้อสำคัญนิดเดียว เลยรู้สึกเสียเวลาอ่าน ดังนั้นเราต้องฝึกสกิลการอ่านเร็ว อ่านแบบสแกนเร็วๆ ในส่วนที่เป็นน้ำและใช้เวลาอ่านอย่างตั้งใจในส่วนที่เป็นเนื้อ 

เช่น นวนิยาย ปกติเราจะใช้เวลาอ่านทุกประโยคอย่างละเอียดทั้งส่วนบรรยายและบทสนทนาเพื่อให้เห็นภาพตามจินตนาการที่ผู้เขียนสร้างสรรค์ไว้ แต่หากเจอนิยายน่าเบื่อ แต่เรายังอยากรู้ว่าตอนจบ เราจะใช้วิธีสแกนอ่านเร็วๆ ในส่วนบรรยาย และตั้งใจอ่านแค่บทสนทนาของตัวละคร อาจจะได้อรรถรสไม่เต็มที่ แต่ตอบโจทย์การอ่านแค่เพราะอยากรู้เนื้อหาค่ะ

ที่สำคัญหากคุณเจอหนังสือที่ไม่ถูกจริตความชอบ ไม่มีเหตุจำเป็นต้องอ่าน ก็ไม่ต้องอ่าน บางคนอาจรู้สึกว่าต้องอ่านเพราะเห็นรีวิวจากคนอื่นว่าดีหรือกำลังเป็นกระแส แต่ถ้าตัวเองอ่านแล้วไม่โดนใจ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเลย อย่าเสียดายเงินที่ซื้อมา เสียดายเวลาดีกว่าค่ะ เวลาชีวิตเรามีจำกัด เลือกอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบดีกว่า

หนังสือไม่จำเป็นต้องอ่านอย่างเดียว ฟังบ้างก็ได้

หากเราเป็นคนไม่อ่านหนังสือ อาจเพราะเวลาน้อยหรือเป็นโรคแพ้ตัวอักษร เห็นทีไรหลับทุกที เปลี่ยนจากการอ่านมาเป็นฟังหนังสือแทนก็ได้ สมัยนี้มีหนังสือเสียง พอดแคสต์และวิดีโอที่มีเนื้อหาดีๆ ไม่แพ้ในหนังสือเลย เราไม่จำเป็นต้องหาความรู้จากในหนังสืออย่างเดียวแล้ว ลองหาสื่อที่ถูกจริตกับตัวเองดีที่สุดค่ะ



Total
0
Shares

สรุปคอร์สเรียน A Mini Course on Better Reading : เทคนิคสร้างนิสัยรักการอ่าน

♡ save for later

มีใครอยากเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักการอ่านบ้างมั้ยคะ? 🖐🏻 แต่ตอนนี้แค่เห็นหนังสือก็หาวแล้ว ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี มาดูสรุป 5 เทคนิคสร้างนิสัยรักการอ่านจากคอร์สเรียน A Mini Course on Better Reading กันเลย คอร์สนี้สอนโดยคุณแบรนดอน ฮาคิม (Brandon Hakim) ผู้ก่อตั้งเว็บเรียนรู้ออนไลน์ Insider School ประกอบด้วย 8 บทเรียน ยาวเพียง 30 นาที และเรียนฟรี!

นำสิ่งที่อ่านมาใช้ประโยชน์จริง

บางคนอาจฝังใจว่าหนังสือเป็นสิ่งน่าเบื่อจากสมัยเรียน เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ในตำราเรียน นอกจากใช้สอบแล้ว ก็แทบไม่ได้นำมาใช้งานจริงเลย แต่ยังมีหนังสืออีกมากมายที่เราสามารถนำสิ่งที่อ่านมาใช้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวันได้ เช่น หากคุณเป็นคนชอบทำอาหาร เริ่มสร้างนิสัยอ่านจากการอ่านตำราอาหาร, หากคุณเป็นกราฟฟิคดีไซน์ ลองเริ่มอ่านหนังสือเทคนิค Photoshop แล้วลงมือทำตาม เป็นต้น แล้วคุณจะพบว่าการค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหนังสือและนำมาใช้งานได้จริง มันสนุกกว่าที่คิด

สร้างนิสัยรักการอ่าน

เริ่มจากตั้งเป้าหมายการอ่านง่ายๆ เช่น ฉันจะอ่านหนังสือ 1 เล่มให้จบใน 1 เดือน โดยคุณฮาคิมแนะนำว่า หากเราเป็นนักอ่านมือใหม่ ให้เริ่มจากเลือกหนังสือที่อยากอ่านมา 5 เล่มและอ่านให้ครบใน 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องเป็นตำราเรียนหรือนิยายเล่มหนา เลือกเป็นนิทานเด็กเล่มบางหรือหนังสือบทกวีที่มีตัวอักษรไม่เยอะก็ได้ แค่เราเริ่มอ่านจากสิ่งที่ชอบ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

รีวิวหรือสรุปหนังสือหลังจากอ่านจบแล้ว

การรีวิวหรือสรุปหนังสือหลังจากอ่านจบเป็นการทบทวนความเข้าใจ จำข้อมูลได้มากขึ้นและทำให้เราผูกพันกับหนังสือ อีกทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับหนังสือเล่มนั้น เหมือนกับพื้นที่ของบล็อก sis-academy.com แห่งนี้เช่นกันที่ซิสสร้างขึ้นมาเพื่อทบทวนเนื้อหาหนังสือที่อ่านจบแล้ว ได้แบ่งปันให้คนที่ชอบหนังสือเหมือนกันอ่านและมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มันทำให้เรารู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือมากขึ้น

รูปแบบของการรีวิวหนังสือมีหลายแบบ เช่น เขียนสรุปสั้นๆ ลงโซเชียลมีเดีย, เขียนสรุปฉบับเต็มลงบล็อก, พูดเล่าเรื่องลงพอดแคสต์หรือ YouTube หรือเล่าให้คนรอบข้างฟังก็ได้

อ่านน้ำอย่างรวดเร็ว ใช้เวลากับเนื้อหาสำคัญ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเบื่อการอ่านคือ เจอหนังสือที่มีแต่น้ำมีเนื้อสำคัญนิดเดียว เลยรู้สึกเสียเวลาอ่าน ดังนั้นเราต้องฝึกสกิลการอ่านเร็ว อ่านแบบสแกนเร็วๆ ในส่วนที่เป็นน้ำและใช้เวลาอ่านอย่างตั้งใจในส่วนที่เป็นเนื้อ 

เช่น นวนิยาย ปกติเราจะใช้เวลาอ่านทุกประโยคอย่างละเอียดทั้งส่วนบรรยายและบทสนทนาเพื่อให้เห็นภาพตามจินตนาการที่ผู้เขียนสร้างสรรค์ไว้ แต่หากเจอนิยายน่าเบื่อ แต่เรายังอยากรู้ว่าตอนจบ เราจะใช้วิธีสแกนอ่านเร็วๆ ในส่วนบรรยาย และตั้งใจอ่านแค่บทสนทนาของตัวละคร อาจจะได้อรรถรสไม่เต็มที่ แต่ตอบโจทย์การอ่านแค่เพราะอยากรู้เนื้อหาค่ะ

ที่สำคัญหากคุณเจอหนังสือที่ไม่ถูกจริตความชอบ ไม่มีเหตุจำเป็นต้องอ่าน ก็ไม่ต้องอ่าน บางคนอาจรู้สึกว่าต้องอ่านเพราะเห็นรีวิวจากคนอื่นว่าดีหรือกำลังเป็นกระแส แต่ถ้าตัวเองอ่านแล้วไม่โดนใจ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเลย อย่าเสียดายเงินที่ซื้อมา เสียดายเวลาดีกว่าค่ะ เวลาชีวิตเรามีจำกัด เลือกอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบดีกว่า

หนังสือไม่จำเป็นต้องอ่านอย่างเดียว ฟังบ้างก็ได้

หากเราเป็นคนไม่อ่านหนังสือ อาจเพราะเวลาน้อยหรือเป็นโรคแพ้ตัวอักษร เห็นทีไรหลับทุกที เปลี่ยนจากการอ่านมาเป็นฟังหนังสือแทนก็ได้ สมัยนี้มีหนังสือเสียง พอดแคสต์และวิดีโอที่มีเนื้อหาดีๆ ไม่แพ้ในหนังสือเลย เราไม่จำเป็นต้องหาความรู้จากในหนังสืออย่างเดียวแล้ว ลองหาสื่อที่ถูกจริตกับตัวเองดีที่สุดค่ะ





Edit Template

𐙚˙⋆ sis academy .˚ ᡣ𐭩

lifelong learning hub & creative studio

2024 © sis-academy.com | by Ponglada Niyompong

𐙚˙⋆ sis academy .˚ ᡣ𐭩

lifelong learning hub & creative studio

©2020 – 2024 SIS ACADEMY | by Ponglada Niyompong

Edit Template