3 มารยาทในการทำงานที่เปลี่ยนชีวิตคุณได้มากกว่าการทำงานหนัก

Readers’ Garden เล่มที่ 130

ถ้าคุณอยากจะหายตัวไปจากงานเลี้ยงบริษัท เพราะไม่รู้จะพูดคุยกับคนอื่นยังไง หรือทำตัวไม่ถูกทุกครั้งเมื่อเจอเจ้านายในลิฟต์ สิ่งที่ขาดหายไปอาจจะไม่ใช่แค่ความมั่นใจ แต่เป็น ความเข้าใจในมารยาททางสังคม ที่จะช่วยให้คุณสบายใจ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม

แล้ว มารยาท จะช่วยให้พวกเรารู้สึกสบายใจได้ยังไงกันล่ะ?

สมัยเป็นเด็กประถมตัวน้อย สิ่งที่เราถูกสอนในคลาสมารยาทคือ การไหว้ให้ถูก มือพนมเป็นดอกบัวตูม ถอนสายบัวต้องย่อจนปวดเท้า ยิ้มจนปวดแก้ม ท่องบททักทายตามหนังสือ ถ้าทำไม่สวยถูกใจคุณครู ก็ต้องทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเรารู้สึกว่า มารยาท เป็นเรื่องที่น่าอึดอัด

จนกระทั่งได้ดูรายการ Mind Your Manners ทาง NETFLIX

มารยาท = การอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจ

ซารา เจน โฮ (Sara Jane Ho) ครูสอนมารยาทสากลและโฮสต์ของรายการ Mind Your Manners เปลี่ยนมุมมองเรื่องมารยาทของเราไปอย่างสิ้นเชิง มารยาทของเธอไม่ใช่การท่องจำกฏหนึ่งร้อยข้อ หรือการใช้มีดส้อมให้ถูกต้องตลอดเวลา แต่หัวใจของมารยาทเรียบง่ายกว่านั้น

มารยาทคือศิลปะการอยู่ร่วมกับผู้คน ทำให้คนรอบข้างและตัวเราเอง สบายใจ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม”

ทำไมพวกเราถึงควรไหว้พร้อมพูดว่า “สวัสดีค่ะ/ครับ” เพื่อทักทายคนอื่น
ทำไมพวกเราถึงควรพูด “ขอบคุณ” หรือ “ขอโทษ” ให้ติดปาก
ทำไมพวกเราถึงไม่ควรเสียงดังในที่สาธารณะ
ทำไมพวกเราถึงควรใช้มีดส้อมให้ถูกตามประเภทอาหาร
ทำไมพวกเราถึงควรแต่งตัวให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสบายใจ

ในรายการ เราได้เห็นซารา ใช้มีดและส้อมปอกเปลือกกล้วย อย่างประณีตบนโต๊ะน้ำชาหรู แล้วอีกฉากก็ใช้มือเปล่าหยิบขนมเข้าปากระหว่างยืนคุยกับนักเรียนในห้องครัวแบบเป็นกันเอง เธอเดินอย่างสง่างามในชุดเดรสหรู และในอีกฉากหนึ่งก็เต้น Twerk ไปกับนักเรียนของเธออย่างสนุกสนาน

ซาราดูสง่างามและสบายใจอยู่เสมอ เพราะเธอเข้าใจว่าแต่ละบริบทควรวางตัวอย่างไร คนตรงหน้ารู้สึกอย่างไร และหัวใจของมารยาทคือความสบายใจ





หนังสือ Mind Your Manners

หากคุณอยากรู้เรื่องราวในรายการ Mind Your Manners มากขึ้น สามารถอ่านต่อได้ที่ 6 เคล็ดลับมารยาทจากรายการ ‘Mind Your Manners’ ใช้ชีวิตอย่างสง่างามในทุกสถานการณ์

แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึงมารยาทที่ลึกกว่าในรายการ จาก หนังสือ Mind Your Manners ของซารา เจน โฮ กันค่ะ

หลังจากรายการบน NETFLIX จบไปไม่กี่เดือน ซาราก็ได้เขียนหนังสือชื่อเดียวกันนี้ออกมา โดยตกผลึกเรื่องมารยาทสากลออกเป็น 6 บท ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการเข้าสังคม มิตรภาพ ความสัมพันธ์ ครอบครัว การทำงาน ไปจนถึงอาหารและการท่องเที่ยว

สำหรับคนวัยทำงานอย่างเรา บทที่อยากหยิบมาเล่ามากที่สุดคือพาร์ท การทำงาน

ในหนังสือเล่มนี้ เราจะได้เรียนรู้มารยาทสากลในที่ทำงานจากประสบการณ์ของซาราและคนรู้จักของเธอ ครอบคลุมไปตั้งแต่ช่วงเวลาหางาน การเขียนเรซูเม่ การสัมภาษณ์งาน การหาคอนเนคชัน มารยาทในห้องประชุม มารยาทในการรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่คุณไม่ชอบหน้า ไปจนถึงการออกจากงานอย่างสง่างาม

ขอหยิบ 3 มารยาทในการทำงานที่ชอบที่สุดจากหนังสือมาแบ่งปันกันค่ะ

1. มารยาทในการขอ

คุณเคยรู้สึกน้อยใจไหม วันที่มารู้ทีหลังว่าเพื่อนร่วมงานตำแหน่งเดียวกันได้เงินเดือนมากกว่าเรา ทั้งที่ผลงานก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก หรือวันที่เห็นคนอื่นได้รับโอกาสที่เราเองก็อยากได้เหมือนกัน

หลายครั้งไม่ใช่เรื่องความสามารถ แต่อาจเป็นเพราะเขา “กล้าขอ” มากกว่าเรา

ความจริงคือ ไม่มีใครมานั่งเดาความต้องการของเรา และไม่มีใครพูดแทนเราได้

เรามักคิดว่าถ้าทำงานดี เดี๋ยวคนก็เห็นเอง เดี๋ยวเงินเดือนก็ขึ้นเอง ถ้าพร้อมสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง เดี๋ยวหัวหน้าก็รู้เอง แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ทำงานแบบนั้น

หากเราอยากได้อะไรสักอย่าง เรามีหน้าที่ สื่อสารมันออกไปอย่างสุภาพ

ซาราเล่าว่า ตอนที่เธอเตรียมสมัครเข้า Harvard Business School เธอติดต่อผู้คนจำนวนมากเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครเรียน ขอให้ช่วยฝึกสัมภาษณ์ และช่วยแชร์ประสบการณ์ หลายคนเป็นคนที่เธอเพิ่งรู้จัก บางคนไม่ได้คุยกันมานานหลายปี แต่เธอก็ยังส่งข้อความไปด้วยความสุภาพและจริงใจ

“หากคุณพอมีเวลาและเต็มใจ ฉันอยากขอคำแนะนำจากคุณ”

ประโยคสั้น ๆ เท่านั้น ไม่ได้กดดัน เพียงแค่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกว่าจะช่วยเหลือเธอหรือไม่

มีบางคนปฏิเสธ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ตอบรับอย่างเต็มใจ บางคนสละเวลาคุยโทรศัพท์ บางคนช่วยตรวจใบสมัคร บางคนพาชมมหาวิทยาลัย บางคนช่วยจำลองสถานการณ์สัมภาษณ์ให้

ภายหลังซาราจึงพบว่า สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นการ เตรียมตัวที่มากเกินไป แท้จริงแล้วเป็นเรื่องปกติของผู้สมัครจำนวนมาก

ในโลกการทำงานก็ไม่ต่างกัน

หากคุณอยากได้งานใหม่ อาจเริ่มจากการส่งข้อความไปหาทีม HR เพื่อบอกว่าคุณสนใจตำแหน่งนั้นจริง ๆ

หากคุณอยากเปลี่ยนสายอาชีพ อาจเริ่มจากการขอคำแนะนำจากคนที่ทำงานในสายงานนั้นอยู่แล้ว

หากคุณอยากได้รับการโปรโมต อาจเริ่มจากการนัดคุยกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมา เพื่อทำความเข้าใจว่าคุณต้องพัฒนาอะไรเพิ่มเติม

หรือหากคุณเชื่อว่าค่าตอบแทนของคุณไม่สอดคล้องกับผลงานที่สร้างได้ อาจเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ผลงาน และคุณค่าที่คุณสร้างให้กับองค์กร แล้วขอพูดคุยอย่างเป็นมืออาชีพ

Manners Tip: โลกนี้ไม่ได้ใจร้ายกับคนที่กล้าขออย่างถูกกาลเทศะหรอก ลองพูดออกไปว่า “ถ้าคุณพอมีเวลา ฉันอยากขอคำแนะนำจากคุณสักหน่อย”

2. มารยาทในการสร้างสัมพันธ์

หลายคนเติบโตมาพร้อมความเชื่อว่า “อย่าไปรบกวนคนอื่น” หรือ “เรื่องแค่นี้ทำเองได้ก็ทำเองเถอะ” จนบางครั้งเรากลายเป็นคนที่รับผิดชอบทุกอย่างเองเก่งมาก แต่กลับสร้างความสัมพันธ์กับใครได้ยากเหลือเกิน

มีประโยคหนึ่งจากหนังสือระดับคลาสสิกอย่าง How to Win Friends and Influence People ที่ซาราหยิบมาเล่า ซึ่งเราชอบมาก

“การขอความช่วยเหลือจากใครสักคน เป็นการชื่นชมรูปแบบหนึ่ง”

เราเคยคิดมาตลอดว่าการขอความช่วยเหลือเป็นการสร้างภาระให้คนอื่น แต่ในอีกมุมหนึ่ง การที่เราเดินเข้าไปขอคำแนะนำจากใครสักคน กำลังสื่อสารกับเขาโดยอ้อมว่า

“ฉันเห็นคุณค่าในความรู้ ประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญของคุณ”

และนั่นเป็นความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนโหยหา

ซาราเล่าว่า เธอมักใช้วิธีนี้สร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงานเสมอ เช่น ถามเพื่อนร่วมงานว่ามีร้านอาหารร้านไหนที่ควรลอง ถามคำแนะนำเรื่องการเดินทาง หรือขอความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องที่อีกฝ่ายเชี่ยวชาญ

หลายครั้งเธอไม่ได้ต้องการคำตอบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายได้แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรู้ และนั่นทำให้พวกเขารู้สึกดี

Manners Tip: ลองเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ด้วยการขอคำแนะนำทั่วไป เช่น เรื่องฟิตเนสจากเพื่อนที่ดูแลสุขภาพเก่ง ถามร้านอาหารจากเพื่อนที่ชอบตระเวนกิน และอย่าลืมเตรียมเรื่องที่คุณชอบแบ่งปันกลับไปด้วยล่ะ

3. มารยาทเมื่อทำผิดพลาด

ถ้าคุณเคยทำงานผิดพลาดจนรู้สึกว่า “จบเห่แล้ว…”

เคยนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำออฟฟิศ
เคยนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะส่งอีเมลผิด
หรือเคยรู้สึกว่าตัวเองอยากหายตัวไปจากห้องประชุมหลังจากทำบางอย่างพลาด

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวค่ะ และสิ่งหนึ่งที่ซาราเน้นย้ำตลอดทั้งหนังสือ คือประโยคสั้น ๆ ที่เรียบง่ายมาก

“It’s not the end of the world.”
(มันไม่ใช่จุดจบของโลก)

ฟังดูเหมือนคำปลอบใจธรรมดา แต่ยิ่งโตขึ้น เรายิ่งพบว่ามันเป็นความจริง

ลองนึกถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตสมัยเด็กดูสิคะ

คุณอาจเคยสอบตกในวิชาที่สำคัญมาก
เคยถูกเรียกผู้ปกครอง
เคยทะเลาะกับเพื่อนสนิทจนคิดว่าจะไม่คุยกันอีกตลอดชีวิต
หรืออาจเคยถูกคนรักทิ้งจนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย

ในตอนนั้น ทุกอย่างดูใหญ่โตเหลือเกิน แต่พอมองย้อนกลับไปในวันนี้ หลายเรื่องกลายเป็นเพียงความทรงจำเลือน ๆ ที่เราแทบจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว

ความผิดพลาดในการทำงานก็ไม่ต่างกัน

ตอนที่มันเกิดขึ้น เรามักมองมันผ่านเลนส์ขยาย เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ปัญหาหนึ่งวันกลายเป็นปัญหาทั้งชีวิต คำตำหนิหนึ่งประโยคกลายเป็นการตัดสินคุณค่าของตัวเอง

ความผิดพลาดคือข้อมูล (Feedback) ไม่ใช่ตัวตนของเรา (Identity)

เมื่อทำผิดพลาด มารยาทที่ควรทำไม่ใช่การโทษตัวเอง แต่คือ ยอมรับ ขอโทษ แก้ไข แล้วเดินหน้าต่อ

นอกจากเรื่องการทำผิดพลาดแล้ว บางครั้งสิ่งตามมาคือ การรับมือกับอารมณ์ของผู้คนที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นด้วย

บางคนอาจตำหนิคุณด้วยถ้อยคำรุนแรง
หรือถูกกดดันจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้ออกมา

ในสถานการณ์แบบนี้ ซาราแนะนำเทคนิคคือการ “ย้ายจุดโฟกัส” (Shift Your Focus) ลองหันความสนใจไปยังสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว เช่น สีของเสื้อคนที่กำลังพูด ลวดลายบนพรมในห้องประชุม เสียงเครื่องปรับอากาศ หรือคิดถึงเรื่องธรรมดาที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้า เช่น เย็นนี้จะกินอะไรดี หนังเรื่องต่อไปที่จะดูคือเรื่องอะไร

นี่ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการให้เวลาระบบประสาทของเราได้กลับมาทำงานตามปกติ และเมื่อสติกลับมา เราจะตัดสินใจได้ดีกว่าเดิมเสมอ

จงระวังการตอบโต้ เพราะหลายครั้ง ความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดแรก แต่เกิดจากปฏิกิริยาที่ตามมา

Manners Tip: ถึงแม้ว่าการร้องไห้หรือระเบิดอารมณ์ในที่ทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะเราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนมักจดจำวิธีที่เรารับมือกับแรงกดดัน และมันส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเรา ดังนั้นจงพาตัวเองออกจากสถานการณ์ก่อนที่อารมณ์จะระเบิด

⋆。☁︎。⋆。 ☾ 。⋆

หลังอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เราพบว่า มารยาทไม่ได้เกี่ยวกับการทำตัวสูงส่งหรือการพยายามทำให้ทุกคนชอบเรา แต่มันคือการเข้าใจผู้คน เข้าใจสถานการณ์ และเข้าใจตัวเอง

รู้ว่าเมื่อไรควรพูด เมื่อไรควรฟัง
รู้ว่าเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ เมื่อไรควรช่วยคนอื่น
รู้ว่าเมื่อไรควรยอมรับความผิดพลาด เมื่อไรควรให้อภัยตัวเอง

และนั่นอาจเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดของการทำงานและใช้ชีวิต

ในหนังสือยังมีเคล็ดลับอีกหลายสิบข้อ ทั้งเรื่องการทำงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว การเดต การเดินทาง และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้าม แต่กลับส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างคาดไม่ถึง

หากสัปดาห์นี้คุณมีเวลาสักหนึ่งคืน ลองเปิด Mind Your Manners ทาง NETFLIX ดูสักตอนนะคะ แล้วคุณอาจค้นพบว่า มารยาทจะช่วยให้เราเป็นมนุษย์ที่อ่อนโยนขึ้นกับคนรอบตัว รวมถึงตัวเองด้วย

และถ้าดูจบแล้วรู้สึกเหมือนเรา… คุณคงอยากหยิบหนังสือ Mind Your Manners ขึ้นมาอ่านต่อทันทีเหมือนกันค่ะ











Picture of Cookie

Cookie

นักการตลาดโดยอาชีพ นัก Artistic Pole & Aerialist สมัครเล่น ชอบสร้างสรรค์ digital template แจกโดยสมัครใจ และสมัครไปปีนเขาทุกปี

CREATIVE LAB

LIFE DESIGN TEMPLATES

Track your growth. Organize your mind. Design a life that works for you.

digital Notebook

Travel Planner Template

Notion Template

Wallpaper & Folder Icon

Self-design. Infinite possibilities. Spread Kindness.

คาเฟ่ดิจิทัล ☕︎ เสิร์ฟคอนเทนต์ทักษะชีวิต ปลดล็อกศักยภาพ และเครื่องมือออกแบบชีวิต ที่จะช่วยให้คุณค้นพบเป้าหมาย เป็นได้ทุกอย่างที่ใจต้องการ และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ

© All Rights Reserved.

2020 – 2025 SIS ACADEMY | by Ponglada Niyompong

Back to top